Huawei mate 30 pro
- ข่าว มือถือ สมาร์ทโฟน

หลุดสเปค Huawei mate 30 pro สรุป 7 ฟีเจอร์เด่น ก่อนเปิดตัว

ใกล้ถึงวันเปิดตัวแล้วสำหรับ Huawei mate 30 pro ช่วงนี้ก็จะมีสเปคและฟีเจอร์ของมือถือรุ่นนี้หลุดออกมาเรื่อยๆ อย่างที่ทราบกันว่า Huawei mate 30 pro อาจจะไม่มี Google service แต่ก็ยังถือว่าได้รับความสนใจไม่น้อยจากสาวกหัวเหว่ย เพราะว่ากล้องเขาดีจริง ๆ บวกกับความแรงของเครื่อง ในส่วนฟีเจอร์ที่หลุดออกมาอย่างไม่เป็นทางการ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1. หน้าจอไร้ขอบ

ในอัตราส่วน 18.4 / 9 ฟังก์ชั่นปุ่มเพิ่ม ลดเสียงสามารถทำได้โดยการทัชที่ด้านข้างของตัวเครื่อง ตรงขอบด้านบน และด้านล่างมีขนาดที่บางลงมาก ๆ

2. แบตอึดขึ้น

แบตอึดขึ้น แต่น้ำหนักเบาลงที่ 4500mAh น้ำหนัก 198 กรัม และมี AI เข้ามาช่วยในจัดการพลังงานด้วย   ทาง Huawei ได้ทำการทดสอบ พบว่าสามารถใช้งานตัวเครื่องได้นานถึง 8.2 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จไวแบบ Wired SuperCharge ได้มากถึง 40W และการชาร์จแบบไร้สายหรือ Wireless SuperCharge ได้สูงสุดถึง 27W ยังมาพร้อมกับ Ecosystem สำหรับการชาร์จที่ทาง Huawei เรียกว่า Huawei SuperCharge Anytime, Anywhere โดยมี Wireless reverse Charge รุ่นใหม่ หรือการที่สามารถนำ Huawei mate 30pro มาแปลงตัวเองเป็นแท่นชาร์จแบบไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้เร็วขึ้น 3 เท่า

3. ชิปใหม่ Kirin 990

สามารถรองรับสัญญาณ 5Gได้ และมีการปรับปรุงทั้ง GPU และ CPU ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รวมไปถึง NPU (Neural Processing Unit) หรือการประมวลผล AI ก็ถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพที่ดีขี้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เครื่องหน่วงน้อยลง มีความเสถียรมากขึ้น

4. มีรุ่นที่รองรับ 5G

Huawei mate 30 pro มาพร้อมกับออฟชั่น 5G โดยเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 สามารถรับสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเสารับสัญญาณอยู่ที่ 21 อัน และ 14 อันจากทั้งหมด เป็นเสาที่เอาไว้ใช้สำหรับรองรับ 5G 

ซึ่งทำให้เราสามารถโหลดข้อมูลต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นถึง 25 เท่าเมื่อเทียบกับ 4G นอกจากนี้สามารถรองรับ 5G Dual Sim หรือก็คือสามารถเลือกได้ว่าจะใส่ 5G ที่ซิม 1 หรือซิมที่ 2 ส่วนอีกซิมจะเลือกใส่เป็น Nano memory card หรือซิม 4G ก็ได้

5. ประสิทธิภาพกล้องที่ดีขึ้น

สามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายจากเลนส์ Ultra-Wide ซึ่ง Huawei mate30pro มาพร้อมกับ Dual main-camera system หรือเป็นกล้องหลักจำนวน 2 กล้อง ซึ่งกล่องหนึ่งเป็นกล้องหลักแบบปกติ ที่ทาง Huawei เรียกว่า Super Sensing Camera มีความระเอียดอยู่ที่ 40MP เซ็นเซอร์เป็นแบบ RUYB หรือเซ็นเซอร์แบบใหม่ที่สามารถรับแสงได้มากขึ้นถึง 40% โดยมีขนาดเซ็นเซอร์อยู่ที่ 1/1.7 นิ้ว

ส่วนอีกเลนส์หนึ่งก็คือ Ultra-wide Angle มีความคมชัดอยู่ที่ 40MP โดยมีขนาดเซ็นเซอร์อยู่ที่ 1/1.54 นิ้ว ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ทั้งสองเลนส์ทำให้สามารถรับแสงได้อย่างเต็มที่ และยังมาพร้อมกับเลนส์ซูมความละเอียด 8MP 

ตัวเครื่องมีเลเซอร์โฟกัสทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัดมากขึ้น มีระบบกันสั่นทั้งแบบ OIS และ AIS อยู่ในตัวของทั้งสองกล้อง ซึ่งเป็นกันสั้นแบบ Optical แล้วใช้ AI เข้ามาช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้สมูทขึ้น ถ่ายวิดีโอได้ลื่นขึ้น

สามารถถ่ายแบบ Macro ได้ที่ 2.5 เซนติเมตร ส่วนการเซลฟี่กล้องหน้าก็สามารถทำได้ดีขึ้น มีโหมด Bokeh ให้สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย

6. งานวิดีโอระดับภาพยนต์

Huawei mate 30 pro สามารถถ่ายวิดีโอได้ด้วยความละเอียดสูงสุดถึงระดับ 4K 60fps ต่อวินาที และยังสามารถถ่าย 4K HDR+ ได้ สามารถถ่าย Time-lapse 4K HDR+ ได้ สามารถถ่ายวิดีโอ Ultra Slow-Motion ได้ที่ 7,680 เฟรมต่อวินาที ซึ่งสูงที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟน ณ ปัจจุบัน 

7. มีระบบ AI ที่มาพร้อมกับ EMUI 10

ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ของทาง Huawei ที่ถูกนำมาใช้ในHuawei mate 30pro มาพร้อมกับ Always-on Display เป็นหน้าจอที่ติดอยู่ตลอดเวลา มี Theme ต่าง ๆ ให้เลือกใช้อย่างสวยงาม

มี Dark Mode สามารถใช้งานร่วมกันกับแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ ที่รองรับได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมกับ Smart Gesture Control คือ ฟีเจอร์ที่สามารถวางสมาร์ทโฟนเอาไว้เฉย ๆ แล้วใช้มือในการออกคำสั่งต่าง ๆ โดยไม่ต้องจับที่ตัวเครื่องเลย เช่น ใช้มีปัดขึ้นลงเพื่อเลื่อนหน้าจอ หรือกำมือเพื่อแค๊ปภาพหน้าจอ

และยังมี AI Auto-Rotate คือฟีเจอร์ที่จะหมุนจอแบบอัตโนมัติโดยการตรวจจับจากสายตาของเราว่ากำลังมองหน้าจออยู่ในมุมไหนเพื่อให้เราสามารถรับชมมีเดียได้ตรงกับสายตาของเรา ยิ่งไปกว่านั้น EMUI 10 ยังสามารถทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ของ Huawei สามารถเชื่อมต่อ และใช้งานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อมากขึ้นอีกด้วย

วันเปิดตัวและราคา

นอกจากฟังชั่น และฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว Huawei Mate 30 Pro ยังมีลูกเล่นอื่น ๆ อีกหลายอย่างให้เราได้ลองเล่นกันอีก จะเปิดตัวในวันที่ 19 กันยายน 2019 นี้ ส่วนราคาเปิดตัวเครื่องจะเริ่มต้นอยู่ที่ 1,099 ยูโร ในรุ่น RAM 8 ROM 256GB ส่วนรุ่น 5G RAM 8 ROM 256 GB ราคาจะอยู่ที่ 1,199 ยูโร 

อ่านต่อ